ถอยเพื่อรอรุก! รัฐบาลชะลอเปลี่ยนสีผังเมืวิธี สมัครอง “จะนะ” สลายแนวรบด้านใต้ก่อนบานปลายจุดชนวนรุมกินโต๊ะ-เว็บไซต์บาคาร่า

2020.12.28 -



โดย…ศูนย์ข่าวภาคใต้


การที่รัฐบาลประกาศตั้งคณะกรรมการศึกษาผลกระทบ “โครงการเมืองต้นแบบอุตสาหกรรมก้าวหน้าแห่งอนาคต” อ.จะนะ จ.สงขลา และให้ชะลอการประชุมพิจารณาเปลี่ยนผังเมืองจากสีเขียว เขตเกษตรกรรม ให้เป็นสีม่วง พื้นที่อุตสาหกรรม จนชาวบ้านจาก อ.จะนะ ที่ชุมนุมอยู่หน้าทำเนียบรัฐบาลพอใจ สลายตัวพากันกลับบ้านนั้น

มองกันได้หลายมุม

บ้างก็ว่า นี่คือชัยชนะอีกครั้งหนึ่งของชาวบ้าน มีการประกาศโห่ร้องดีใจ หลายคนร่ำไห้ด้วยความยินดี

แต่อีกมุมก็มีคนอมยิ้ม ก่อนจะพูดเบาๆ ว่า “ไปโดนเขาหลอกอีกแล้ว”

โครงการเมืองต้นแบบอุตสาหกรรมก้าวหน้าแห่งอนาคต อ.จะนะ จ.สงขลา หรือเมืองต้นแบบที่ 4 แห่งนี้เป็นโครงการที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) สมัยที่ยังมีคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช.เรืองอำนาจ ซึ่งขณะนั้น “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้า คสช. ก็นั่งควบในตำแหน่งนายกรัฐมนตรีด้วย ได้มีมติอนุมัติเมื่อวันที่ 7 พ.ค. 2562

ตามที่ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) เสนอ เพื่อขยายผลเมืองต้นแบบ “มั่งคง มั่งคั่ง ยั่งยืน” จากเดิมที่มีอยู่ 3 แห่งในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยคณะกรรมการยุทธศาสตร์ด้านการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ (กพต.) อันมี “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ได้พิจารณาและเห็นชอบในหลักการมาแล้วเมื่อวันที่ 21 ก.พ. 2562 โดยจะใช้พื้นที่ใน 3 ตำบลของ อ.จะนะ คือ ต.สะกอม ตลิ่งชัน และนาทับ ราว 10,800 ไร่ เป็นที่จัดตั้งโครงการ

การอนุมัติโครงการของ ครม.ในครั้งนั้น กลุ่มที่ต่อต้านโครงการนี้ ชี้ว่า น่าจะมีปัญหา อย่างแรกคือเป็นการอนุมัติทิ้งทวนโครงการใหญ่ก่อนการเปลี่ยนรัฐบาล ซึ่งยังคงก่ำกึ่งว่า ใครจะได้ครองตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนต่อไป แม้ว่า จะเป็นที่แน่นอนแล้วว่า “บิ๊กตู่” จะกลับมาจากการมี 250 ส.ว.อยู่ในมือแล้วก็ตาม อีกทั้ง ยังเป็นการอนุมัติโครงการขนาดใหญ่ก่อนที่จะทำประขาพิจารณ์และทำรายงานศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม

นอกจากนี้ ที่ดินสำหรับโครงการเมืองต้นแบบราวหมื่นกว่าไร่ดังกล่าว คนใน อ.จะนะ หรือแม้แต่คนที่สนใจในโครงการนี้มาตั้งแต่พื้นที่นี้ถูกเล็งไว้สำหรับการก่อสร้าง “ท่าเรือน้ำลึกสงขลาแห่งที่ 2” ต่างก็รู้กันดีว่า มีนักการเมืองระดับ “บิ๊กเบิ้ม” ใน จ.สงขลาเข้าไปกว้านซื้อ ทำตัวเป็นนายหน้าค้าที่ดินไว้แล้ว ก่อนที่จะขายให้เอกชนที่สนใจเข้ามาร่วมโครงการเมืองต้นแบบอุตสาหกรรมก้าวหน้าแห่งอนาคต


อย่างไรก็ตาม ดร.ชนธัญ แสงพุ่ม ผู้ช่วยเลขาธิการ ศอ.บต. ได้ระบุว่า
โครงการเมืองต้นแบบอุตสาหกรรมก้าวหน้าแห่งอนาคตเป็นความร่วมมือของ 2 บริษัท
ที่ได้ซื้อที่ดินบริเวณนี้มาตั้งแต่ปี 2540 ประมาณ 10,800 ไร่ นั่นคือ
บริษัท ทีพีไอ โพลีน เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ TPIPP ของนายประชัย
เลี่ยวไพรัตน์
กว่า 7 พันไร่ และบริษัทไออาร์พีซี ในเครือ ปตท.กว่า 3
พันไร่ โดยทั้ง 2 รายนี้จะร่วมกันสร้างและพัฒนานิคมอุตสาหกรรม
ซึ่งได้ยื่นเรื่องขอจัดตั้ง “นิคมอุตสาหกรรมจะนะก้าวหน้า”
ไปยังสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) แล้ว รวมมูลค่าการลงทุน 6
แสนล้านบาทภายใน 5 ปี หรือถึงปี 2565

แผนการลงทุนของภาคเอกชนในพื้นที่โครงการว่า
มีทั้งสิ้น 4 โครงการคือ

(1) โครงการก่อสร้างท่าเรือน้ำลึกสงขลาแห่งที่ 2
เพื่อเป็นศูนย์กลางการขนส่งเชิงพาณิชย์ เป็นเกตเวย์ที่ 3 ของประเทศไทย
ซึ่งสถานที่ก่อสร้างคือ บ้านสวนกง ต.นาทับ
ซึ่งติดกันแทบจะเดินไปหากันได้กับหมู่บ้านของนายรุ่งเรือง ระหมันยะ
นายกสมาคมรักทะเลจะนะ และ น.ส.ไครียะห์ ระหมันยะ ลูกสาวแห่งทะเลจะนะ
สองพ่อลูกที่ถือเป็นแกนนำสำคัญของกลุ่มต่อต้านโครงการในนาม
“เครือข่ายจะนะรักษ์ถิ่น” และยังติดกับเนินทรายอายุกว่า 6,000 ปีอีกด้วย

(2)
การสร้างรางรถไฟเชื่อมท่าเรือสงขลาแห่งที่ 2 เพื่อรองรับการขนส่งสินค้า
ซึ่งคาดว่าจะต่อไปถึงท่าเรือปีนัง ประเทศมาเลเซีย เพื่อเป็นแลนด์บริดจ์
เชื่อมอ่าวไทยกับอันดามัน

(3) พลังงานไฟฟ้าทางเลือก

และ (4)
นิคมอุตสาหกรรมจะนะ ประกอบด้วย 1. อุตสาหกรรมแห่งอนาคต เช่น
เทคโนโลยีชีวภาพ, เชื้อเพลิงชีวภาพและเคมีชีวภาพ, การแพทย์ครบวงจร 2.
อุตสาหกรรมเกษตร เช่น โรงงานอาหารแปรรูป, อาหารฮาลาล และ 3.
อุตสาหกรรมอื่นๆ เช่น อุตสาหกรรมผลิตกังหันลมและเครื่องกำเนิด,
ผลิตหัวรถจักรและแคร่ขนตู้, ผลิตแท่นเจาะน้ำมัน, ผลิตรถไฟฟ้า (EV car)
เป็นต้น

หลังการอนุมัติของ ครม.เมื่อวันที่ 7 พ.ค. 2562
หัวเรือใหญ่ในพื้นที่อย่าง ศอ.บต.ก็เดินหน้าโครงการนี้อย่างเต็มฝีจักร
ทั้งการจัดประชุมตามชุมชน การจัดประชาพิจารณ์ โดยเฉพาะเวทีใหญ่เมื่อวันที่
11 ก.ค. ที่เห็นกันจะๆ ว่า กลุ่มต่อต้านถูกกันออกมา ไม่มีโอกาสได้เข้าร่วม
จนไปถึงการพยายามเปลี่ยนสีผังเมือง จากสีเขียวเป็นสีม่วง ซึ่งขณะนี้
ผ่านความเห็นชอบจากคณะกรรมการในระดับจังหวัดสงขลาแล้ว
เหลือเพียงเตรียมนำเข้าสู่ที่ประชุมคณะกรรมการระดับชาติ


27 พ.ย.
ในการประชุม กพต.
พล.อ.ประวิตรได้สั่งกำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมดให้รายงานความก้าวหน้าทุกโครงการให้เแล้วเสร็จภายใน
31 มีนาคม 2564 โดยเฉพาะแผนการเปลี่ยนแปลงผังเมือง อ.จะนะ ทั้งนี้ ขอให้
ศอ.บต.รวบรวมและประสานไปยังส่วนราชการที่เกี่ยวข้องเพื่อร่วมวางแผนดำเนินการโดยเร็ว
และเป็นรูปธรรม รวมทั้งให้ ศอ.บต.เป็นหน่วยดำเนินการ
และจัดทำคำของบประมาณไปดำเนินการในปี 2565 โดยให้ สมช. และสำนักงบประมาณ
ให้การสนับสนุนการทำงานแก่ ศอ.บต.ด้วย


“งานพัฒนาที่ดีจะนำไปสู่การลดปัญหาด้านความมั่นคงได้
ขอให้ทุกหน่วยงานให้ความสำคัญต่อเรื่องดังกล่าว
เป็นลำดับแรกด้วยงานสำคัญตามนโยบายรัฐบาล คือ เมืองต้นแบบฯ จะนะ
ขอให้ทุกหน่วยงาน ร่วมมือทำงานอย่างเต็มที่ ให้เห็นผลเป็นรูปธรรม ทั้ง 3
เรื่อง” พล.อ.ประวิตร กล่าว

ว่ากันว่า ที่ต้องเร่งกันถึงขั้นนี้
สาเหตุหนึ่งก็มาจากเมื่อช่วงต้นปี 2563 TPIPP
ได้ยื่นขอสิทธิประโยชน์การลงทุนโครงการเมืองอุตสาหกรรมก้าวหน้า มูลค่า 4
แสนล้านบาท ที่มีนักลงทุนจากจีนเข้าร่วมด้วย ต่อคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน
(บีโอไอ) ให้พิจารณา แต่โครงการดังกล่าวต้องบีโอไอตีกลับ
เนื่องจากพื้นที่ที่จะใช้ก่อสร้างโครงการเป็นพื้นที่สีเขียวสร้างโรงงานอุตสาหกรรมไม่ได้



ความเร่งรีบเช่นนี้จึงเป็นที่มาของการมาชุมนุมด้านหน้าทำเนียบรัฐบาลเมื่อวันที่
10 ธ.ค.
ของเครือข่ายจะนะรักษ์ถิ่นเพื่อขอให้รัฐบาลยกเลิกโครงการเมืองต้นแบบที่ 4
นี้ โดยประกาศจะปักหลักชุมนุมจนกว่าจะได้รับคำตอบ
แต่ก็เข้าไม่ถึงประตูทำเนียบรัฐบาล เพราะมีตู้คอนเทนเนอร์
ที่เจ้าหน้าเอามาวางขวางทาง “ม็อบราษฎร” อยู่
จึงทำได้แค่ชุมนุมและค้างคืนกันที่สะพานชมัยมรุเชฐ

การมาชุมนุมครั้งนี้
ฝ่ายรัฐบาลได้ส่งตัวแทนมาเจรจาแต่ก็ไม่เป็นผล
ซ้ำยังมีแนวโน้มจะบานปลายใหญ่โต เมื่อมีการประกาศระดมทุน
เพื่อให้ชาวบ้านจากจะนะเข้ามาสมทบกันที่ทำเนียบรัฐบาลเพิ่มขึ้น
ทั้งยังมีอีกหลายกลุ่มในพื้นที่เริ่มเคลื่อนไหวสนับสนุนการเรียกร้อง
“เครือข่ายจะนะรักษ์ถิ่น” รวมไปถึงสมัชชาคนจนที่ประกาศฮึ่มๆ ว่า
จะรวมตัวมาช่วยชาวจะนะด้วย

ที่สำคัญ ในโลกโซเชียลก็เริ่มมีการพูดถึงเรื่องนี้มากยิ่งขึ้น แฮชแท็ก #savechana เริ่มปรากฎออกมา

ก่อนจะบานปลายไปกว่านี้
14 ธ.ค. รัฐบาลส่ง “มือเจรจา” อย่าง ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า
รมช.เกษตรและสหกรณ์ แม้จะไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้โดยตรง
แต่ก็เป็นที่รับรู้กันว่า “สนิท” กับ พล.อ.ประวิตร มานั่งพูดคุย
ผลการเจรจาได้มีการลงนามในบันทึกข้อตกลงเบื้องต้น หรือ “เอ็มโอยู” โดย
ร.อ.ธรรมนัสให้สัญญาว่าจะนำเข้าเสนอต่อที่ประชุม ครม.ในวันที่ 15 ธ.ค.
ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้

1.รัฐบาลต้องมีมติยกเลิกมติคณะรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินการโครงการเมืองต้นแบบอุตสาหกรรมก้าวหน้าแห่งอนาคต
อ.จะนะ จ.สงขลา ยุติโครงการจะนะเมืองต้นแบบอุตสาหกรรมก้าวหน้า
รวมถึงการแก้ไขผังเมืองและการศึกษาผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมหรือ EIA หรือ
EHIA ทันที
1.1
คณะกรรมการผังเมืองและกรมโยธาธิการและผังเมืองต้องยกเลิกกระบวนการแก้ไขผังเมืองรวม
จ.สงขลา พ.ศ.2559 โดยกรมโยธาธิการและผังเมือง ตาม ม.35 แห่ง
พ.ร.บ.ผังเมือง พ.ศ.2562
1.2
หน่วยงานรัฐและเอกชนเจ้าของโครงการเมืองต้นแบบอุตสาหกรรมก้าวหน้าแห่งอนาคต
อ.จะนะ จ.สงขลา ต้องไม่ดำเนินกระบวนการใดๆ ที่เกี่ยวกับโครงการจนกว่า
การดำเนินการตามข้อ 2 แล้วเสร็จ

2.รัฐบาลต้องจัดให้มีการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมในระดับยุทธศาสตร์ (SEA) จ.สงขลา
2.1

ต้องตั้งคณะทำงานซึ่งมีสัดส่วนของภาคประชาชนและนักวิชาการในสัดส่วนที่ประชาชนเสนออย่างเหมาะสม
เพื่อวางกรอบการศึกษาการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมในระดับยุทธศาสตร์ (SEA)
ร่วมกัน
โดยกระบวนการทำงานให้ดำเนินการประเมินศักยภาพทรัพยากรและพัฒนาต่อยอดจากทรัพยากรของท้องถิ่น
และในการศึกษานี้ต้องไม่มี ศอ.บต.เป็นผู้มีส่วนในการดำเนินการจัดทำ
2.2
การคัดเลือกผู้ที่จะมาดำเนินการศึกษา
การประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมในระดับยุทธศาสตร์ (SEA)
ต้องได้รับการยอมรับจากทุกฝ่ายและให้เป็นไปตามหลักการข้อ 2
2.3
ในกระบวนการศึกษา
คณะอนุกรรมการกำกับติดตามและแก้ไขปัญหาโครงการเมืองต้นแบบอุตสาหกรรมก้าวหน้าแห่งอนาคต
อ.จะนะ จ.สงขลา ต้องมีการระบุหน้าที่ในการกำกับติดตาม
โดยมีอำนาจในการเข้าถึงข้อมูลการศึกษา ตรวจสอบ
และให้ข้อเสนอแนะต่อผู้ดำเนินการศึกษาได้ เพื่อให้เป็นไปตามหลักการข้อ 2
2.4

กระบวนการตรวจสอบและการให้ความเห็นชอบต่อรายงานการศึกษาการปอุปกรณ์กีฬา รักบี้ ภาษาอังกฤษระเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมในระดับยุทธศาสตร์
(SEA) ต้องมีกระบวนการมีส่วนร่วมของภาคประชาชน
และนักวิชาการที่ประชาชนคัดเลือกด้วย โดยให้เป็นไปตามหลักการข้อ 2


ในวันเดียวกันนั้น นายอานนท์ นำภา แกนนำกลุ่มราษฎร 2563
ที่สร้างความปวดหัวให้รัฐบาลมาตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา ประกาศผ่านเฟซบุ๊ก
“อานนท์ นำภา” ว่า พรุ่งนี้ มีเรื่องชาวบ้านจะนะเข้า ครม.
ทราบว่ามีรัฐมนตรีคนนึงมารับปากชาวบ้านว่าจะเสนอชะลอโครงการ ร่วมจับตา
ถ้าบิดพลิ้วก็ม็อบครับ ช่วยกัน

ผลการประชุม ครม.วันที่ 15
ธ.ค.ก็ออกมาทำนองนั้น ครม.ให้ตั้งคณะกรรมการศึกษาผลกระทบ โดยให้
ร.อ.ธรรมนัสนั่งเป็นประธาน มีกรรมการจากฝ่ายต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง
โดยเฉพาะจากฝ่ายสนับสนุนและค้านโครงการ และยังให้ “ชะลอ”
การเปลี่ยนผังเมืองจากสีเขียวให้กลายเป็นสีม่วงไปก่อน โดยหลังการประชุม
ครม. ร.อ.ธรรมนganesha fortune ทดลองเล่นัสได้นำผลการประชุมดังกล่าวมาแจ้งต่อเครือข่ายจะนะรักษ์ถิ่น
ซึ่งหลังจากรับทราบมติ ครม.ในครั้งนี้ ทำให้กลุ่มผู้ชุมนุมต่างดีใจ
ยอมยุติการชุมนุม และเดินทางกลับบ้าน

ร.อ.ธรรมนัส เปิดเผยว่า
ครม.ให้ตั้งคณะกรรมการศึกษาผลกระทบ
เพื่อหารือแนวทางการแก้ปัญหาการก่อสร้างนิคมอุตสาหกรรมจะนะ

“แต่ไม่ได้สั่งชะลอโครงการ
เพียงแต่เป็นการสั่งให้ชะลอการประชุมผังเมืองใหม่” ซึ่งจะส่งผลให้ส่วนอื่นๆ
ของโครงการต้องชะลอไปด้วย
ส่วนการทำงานของคณะกรรมการศึกษาผลกระทบจะมีใครบ้าง ต้องขอดูรายชื่อก่อน
จึงจะนัดประชุม คาดว่าจะลงพื้นที่ในต้นปี 2564

นอกจากนี้
ก่อนหน้าการประชุม ครม.
พล.อ.ประวิตรได้ตอบนักข่าวที่ถามว่าจะชะลอโครงการไปก่อนหรือไม่ว่า
“ไม่ได้ชะลอ เพียงแต่เป็นการสร้างความรับรู้ว่าทำอะไรไปแล้ว
โดยเฉพาะเรื่องของสิ่งแวดล้อมและเรื่องของประมงด้วย
ซึ่งจะไปชี้แจงรายละเอียดให้ประชาชนเข้าใจ”

ทั้งหมดนี้พอจะเห็นภาพลางๆ
ได้ว่า
การเดินเกมของรัฐบาลครั้งนี้จึงไม่ต่างอะไรไปกับการซื้อเวลาและเพื่อให้
“เครือข่ายจะนะรักษ์ถิ่น”
กลับบ้านไปก่อน
เพื่อกันไม่ให้เรื่องนี้ลุกลามกลายเป็นชนวนให้เกิดการบานปลาย
เป็นเงื่อนไขกวักมือเรียกกลุ่มอื่นๆ เข้ามารุมรัฐบาลเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะ
“ม็อบราษฎร” ซึ่งได้ประกาศพักชุมนุมไปก่อนจนกว่าจะปีหน้า

ซ้ำตอนนี้
โควิด-19 ระลอกใหม่ก็ปะทุแล้ว ณ
ช่วงเวลาที่เจรจากับเครือข่ายจะนะรักษ์ถิ่นแม้ยังไม่มีกรณี
“ตลาดกุ้งสมุทรสาคร” แต่กรณีที่เกิดในพื้นที่ภาคเหนือตอนบน
โดยเฉพาะที่ท่าขี้เหล็ก จ.เชียงราย ก็สาหัสพอแล้ว

ดังนั้น
แทนที่จะเดินหน้าเททั้งหน้าตักเปิดแนวรบเพิ่มขึ้น
สู้ยอมไปก่อนก็ไม่เสียหายอะไร
เพราะข้อเรียกร้องของคนจะนะกลุ่มนี้ก็ใช่ว่าจะให้ล้มโครงการไปเลย
เพียงแต่ต้องการให้มีการศึกษาให้ละเอียดก่อน
ยอมตั้งคณะกรรมการศึกษาเพื่อให้เกิดความพอใจและกลับบ้านกัน

รอจัดการแนวรบด้านโควิด-19 เสร็จ รอคนจะนะเผลอ
ค่อยเดินหน้ากันต่อก็น่าจะทำได้ เพราะทุกอย่างก็พร้อมรอการอนุมัติ
ก็เหมือนๆ กับที่ผ่านมา ที่รัฐบาลและ
ศอ.บต.เล่นทีเผลอกับคนจะนะมาหลายครั้งแล้ว!



  • นิคมอุตสาหกรรมจะนะ

<!–

    –>
    <!–

–>

- END -

38
0
   

ธอส.ท้าชนสลากออมสินมีรางวัล "เต็ง-โต๊ด"

2 แบงก์รัฐลงสนามชิงเงินออมผ่านสลากออมทรัพย์ 2 ปี ธอส.ออกชุดเกล็ดดาว ชูจุดเด่นเลขท้าย เต็ง-โต๊ด ให้ดอกเบี้ย 0.4% แต่หน่วยละ 5 พันบาท เจ้าตลาดเดิมอย่างแบงก์ออมสิน หน่วยละ 100 บาท ดอกเบี้ย 0.1% เปรียบมวยเงินรางวัลออมสินให้มากกว่าแต่ม