ชะตากรรมของคนหนุ่มสาว กับความอำมหิตของเหล่าอีแอบ-เว็บไซต์บาคาร่ตารางสถิติา

2020.12.25 -

ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ | สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล | ปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์
หนึ่งความคิด
สุรวิชช์ วีรวรรณ

หลายปีมานี้คนไทยถูกแบ่งเป็น 2 ฟากว่า ฟากหนึ่งเป็น ฝ่ายประชาธิปไตย และอีกฟากก็คือ ฝ่ายต่อต้านประชาธิปไตย แม้ว่าการแบ่งนี้จะเป็นการอุปโลกน์ยกยอตัวเองของฝ่ายหนึ่ง และอีกฝ่ายหาได้ยอมรับสิ่งที่เรียกขานกันไม่ แต่ก็ทำให้ฝ่ายที่เรียกตัวเองว่า ฝ่ายประชาธิปไตยพากันหลงว่า พวกตัวเองเท่านั้นคือฝ่ายที่มีความชอบธรรมในกติกาของโลกใบนี้

พวกเขามองคนอีกฝั่งว่า เป็นฝุ่นใต้ตีนของอำนาจเก่า เป็นพวกไดโนเสาร์ที่ยึดมั่นอยู่กับจารีตประเพณีเก่า เป็นพวกทาสที่ปล่อยไม่ไปเป็นพวกถ่วงความเจริญของบ้านเมืองที่ฉุดรั้งการก้าวไปเป็นประเทศศิวิไลซ์ ราวกับว่า ความถูกต้องอยู่กับพวกเขาฝ่ายเดียว

แน่นอนว่า เส้นแบ่งมันเริ่มมาตั้งแต่การต่อต้านระบอบทักษิณจนแตกมาเป็นฝ่ายที่เอาทักษิณและฝ่ายไม่เอาทักษิณ และสถาปนาทักษิณเป็นตัวแทนของอำนาจใหม่ฝ่ายประชาธิปไตยเสรีนิยม ที่จะต่อสู้กับอำนาจอนุรักษ์นิยมค่านิยมสังคมแบบเก่าของอำมาตย์ขุนนางในเครือข่ายระบบอุปถัมภ์

คนที่ต่อต้านรัฐบาลคอร์รัปชั่นผลประโยชน์ทับซ้อนทุจริตเชิงนโยบาย ระบบเล่นพรรคเล่นพวกของระบอบทักษิณจึงถูกผลักให้เป็นผู้ร้ายในสายตาของนักวิชาการจำนวนหนึ่งที่มีอิทธิพลต่อสังคมผ่านการบ่มเพาะเชื้อร้ายในมหาวิทยาลัยโดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ที่อยู่ในวัยร่ำเรียน เพราะพวกต่อต้านทักษิณออกมาสนับสนุนรัฐบาลทหารที่โค่นล้มระบอบทักษิณที่มาจากการเลือกตั้งเพราะไม่ยอมรับพฤติกรรมของรัฐบาลทักษิณที่กล่าวมาข้างต้น

มีการสร้างนิยายประโลมโลกย์ในหมู่พวกเขาด้วยว่า เพราะอำมาตย์เก่าซึ่งถ้าพูดกันให้ชัดก็คือสถาบันพระมหากษัตริย์นั่นแหละที่หนุนหลังรัฐบาลทหารให้โค่นล้มระบอบทักษิณ มีการกล่าวกันทำนองว่า เพราะอำนาจเก่าอิจฉาทักษิณที่สามารถครองใจคนชนบทได้จำนวนมากคนจำนวนไม่น้อยเชื่อเรื่องประโลมโลกย์นี้ โดยไม่ใส่ใจที่ทักษิณถูกกล่าวหานั้นเป็นเรื่องจริงหรือไม่

แม้กระทั่งในเวลาต่อมาศาลได้อ่านคำพิพากษายึดทรัพย์ทักษิณ 4.6หมื่นล้านบาท พร้อมสาธยายการกระทำของทักษิณในระหว่างมีอำนาจอย่างละเอียดยิบแจกแจงการกระทำที่เกิดจากการใช้นโยบายฉ้อฉลเพื่อหาประโยชน์ส่วนตัว ก็ยังไม่ยอมเชื่อกันว่า สิ่งที่ศาลวินิจฉัยออกมานั้นเป็นความจริง เพราะตั้งธงและทำให้มวลชนฝ่ายตัวเองเชื่อไว้แล้วว่า ทักษิณถูกกลั่นแกล้งจากอำนาจเก่านั่นเอง

การเชื่อแบบเลือกข้างและต่างฝ่ายต่างยึดเหตุผลของตัวเองมองสิ่งเดียวกันตรงข้ามเป็นคนละขั้วกันของคนสองฝ่ายในสังคมไทย ทำให้เหตุผลขอเท็จจริงและหลักฐานไม่สามารถนำมาใช้ได้ เพราะไม่ว่าอย่างไรเสียก็ไม่ยอมเชื่อข้อมูลของอีกฝ่าย ทำให้สังคมไทยร้าวลึกจนยากจะสมานคืนมา

พวกต่อต้านสถาบันพระมหากษัตริย์ต้องการลดทอนอำนาจและบทบาทของสถาบันพระมหากษัตริย์ให้กลายเป็นสัญลักษณ์ไปจนถึงการโค่นล้มระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์มองเห็นโอกาสนี้ว่า ทักษิณสามารถที่จะท้าทายกับพระราชอำนาจได้ จนจำได้ว่าครั้งหนึ่งมีคนพูดว่า ยืมมือทักษิณกำจัดสถาบันพระมหากษัตริย์ก่อนและค่อยจัดการทักษิณที่หลัง คนที่พูดคำนี้บัดนี้ หายสาบสูญไปเข้าใจว่าไม่น่าจะมีชีวิตอยู่แล้ว แต่นั่นเป็นการสะท้อนความคิดที่เป็นเป้าหมายเร้นลึกของพวกเขา

ตอนนั้นทักษิณแสดงให้เห็นว่า เขาเป็นคนที่มีอำนาจในบ้านเมืองนี้ที่ทุกคนต้องยำเกรง ผ่านคำพูด การแสดงออก การกระทำในหลายกรรมหลายวาระที่เป็นการท้าทายต่อพระราชอำนาจ แม้ว่าสุดท้ายทักษิณจะพ้นจากอำนาจไปเพราะหนีความผิด แต่ความคิดที่พยายามแบ่งฝ่ายคนในสังคมไทยออกเป็น2ฝ่ายคือฝ่ายเอากษัตริย์และไม่เอากษัตริย์ก็ประสบผลสำเร็จแล้ว

พวกเขาอำพรางตัวเองว่าฝ่ายประชาธิปไตย เพื่อให้โลกเห็นว่าการต่อสู้ของพวPasswardกเขานั้นมีความชอบธรรม เพราะโลกยึดมั่นว่า ระบอบประชาธิปไตยที่ประชาชนเป็นใหญ่นั้นเป็นระบอบการปกครองที่ดีที่สุด และแน่นอนว่า พวกนี้มีความคิดว่า สถาบันพระมหากษัตริย์นั้นเป็นส่วนเกินของระบอบประชาธิปไตย โดยเฉพาะสถาบันพระมหากษัตริย์ไทยมีอำนาจมากเกินไปเมื่อเทียบกับสถาบันพระมหากษัตริย์ในระบอบประชาธิปไตยทั่วโลก

แม้ทักษิณจะหนีไปแล้ว แต่เป็นที่รู้กันว่าพรรคของทักษิณยังอยู่และยังได้รับความนิยมจากคนจำนวนมาก ทำให้ทักษิณยังคงคุมพรรคของเขาผ่านตัวแทนแต่อำนาจตัดสินใจอยู่ที่เขาคนเดียว ซึ่งเป็นเรื่องที่ขัดแย้งกับที่สิ่งที่พยายามเรียกตัวเองว่าฝ่ายประชาธิปไตย เพราะไม่มีแม้กระทั่งประชาธิปไตยภายในพรรค

พรรคของทักษิณจึงเป็นพรรคที่ต้องตาต้องใจนักวิชาการที่ต้องการโค่นล้มหรืออย่างน้อยลดทอนบทบาทและสถานะของพระมหากษัตริย์ เพราะทักษิณมีมวลชนจำนวนมากนั่นเอง พวกเขาทำให้คนเชื่อว่า ที่ทักษิณและรัฐบาลของทักษิณถูกกองทัพยึดอำนาจครั้งแล้วครั้งเล่านั้น เพราะอีกฝ่ายต้องการทำลายระบอบประชาธิปไตย ทักษิณถูกกลั่นแกล้งไม่ได้รับความเป็นธรรม

ทั้งที่เหตุผลที่ทหารโค่นล้มรัฐบาลของทักษิณก็เพราะการใช้อำนาจอย่างฉ้อฉลและปล่อยให้มีขบวนการใช้อำนาจเถื่อนมาไล่ยิงประชาชนฝั่งตรงข้ามของตัวเองจนกระทั่งบ้านเมืองกำลังกลายเป็นมิคสัญญีซึ่งกองทัพย่อมจะไม่อาจยอมให้เกิดขึ้นได้ แน่นอนว่าปรากฏการณ์แบบนี้ทำให้กองทัพและฝ่ายต่อต้านทักษิณย่อมถูกผลักให้ยืนอยู่ฝั่งเดียวกัน

แต่ภาพของทหารที่ถือปืนมายึดอำนาจกับภาพของทักษิณที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชนนั้น มันง่ายมากเลยที่จะทำให้ทหารกลายเป็นผู้ร้ายที่นักวิชาการในมหาวิทยาลัยค่อยๆบ่มเพาะให้นักศึกษาซึมซับความจริงเพียงบางด้านโดยไม่ได้พูดถึงการใช้อำนาจอย่างฉ้อฉลของระบอบทักษิณ แต่ถูกทำให้เข้าใจว่าทักษิณถูกกลั่นแกล้งนั่นเอง

แม้ทักษิณจะไม่อยู่แล้ว แต่นักวิชาการสายนี้เห็นว่า พวกเขาสามารถใช้พลังของทักษิณที่ยังเหลืออยู่ต่อสู้กับอำนาจเก่าได้ เพราะรอยปริแยกของสังคมไทยนั้นยากจะสานต่อกันได้อีกแล้ว ที่สำคัญคนที่มารับไม้ต่อคือ ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ นั้น นอกจากมีคุณสมบัติไม่ต่างกับทักษิณแล้ว ธนาธรสามารถครองใจคนรุ่นใหม่ได้มากเพราะธนาธรมีทั้งกลยุทธ์ทางการตลาดและสื่อในมือที่สามารถสร้างเขาให้กลายเป็นฮีโร่ของเด็กๆ ได้

ด้วยคำพูดโวหารและวาทกรรมผสมกับการตลาด สื่อในสังกัดจำนวนมากและโซเชียลมีเดียทำให้ธนาธรซึ่งไม่มีผลงานอะไรเป็นชิ้นเป็นอันมาก่อนกลายเป็นตัวแทนที่เป็นความหวังของคนรุ่นใหม่ได้อย่างไม่น่าเชื่อ เมื่อบวกกับชัยชนะจากการเลือกตั้งที่มาจากความบังเอิญในการยุบพรรคไทยรักษาชาติ ทำให้ธนาธรกลายเป็นพยัคฆ์ติดปีกที่เริ่มเผยความทะเยอทะยานลึกของตัวเองออกมา

นักวิชาการพวกนี้เริ่มมีความหวังอีกครั้งกับธนาธร คนเสื้อแดงมวลชนของทักษิณก็เริ่มมีความหวังอีกครั้ง แต่ที่มากกว่านั้นคือพวกเขามีคนรุ่นใหม่ที่กำลังเติบโตและถูกบ่มเพาะขึ้นมาในฉากของความขัดแย้งแตกแยกในสังคมไทยด้วย แน่นอนว่า คนหนุ่มสาวจำนวนมากเชื่อในสิ่งที่นักวิชาการเหล่านี้ถ่ายทอดให้เขา และพวกเขาย่อมต้องเชื่อมั่นในระบอบประชาธิปไตยเสรีนิยม และเข้าใจว่า ฝั่งที่ชอบธรรมก็ย่อมจะเป็นฝ่ายที่เรียกตัวเองว่าฝ่ายประชาธิปไตยนั่นเอง

ที่สำคัญธนาธรเกิดขึ้นในท่ามกลางการผลัดแผ่นดิน ที่ทหารต้องการกระชับอำนาจเพื่อความมั่นคงอันเป็นปกติของยุคสมัยแบบนี้ที่ต้องการให้เกิดเสถียรภาพในการเปลี่ยนผ่านที่มั่นคง แต่ภาวะแบบนี้ก็เป็นช่องทางให้พวกต่อต้านสถาบันเห็นโอกาสที่จะทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงไปในแนวทางที่พวกเขาต้องการได้ การท้าทายพระราชอำนาจจึงเกิดขึ้นในยุคนี้อย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน

แต่ทั้งธนาธรและนักวิชาการที่ซ่อนอยู่ข้างหลังก็ฉลาดพอที่สามารถดันบรรดากาเหว่าที่พวกเขาบ่มเพาะให้ออกมาเป็นกองหน้าสู้ตายแทน พวกเขาใช้ความระห่ำของเด็กออกมาชุมนุมบนถนนและท้าทายต่อทุกกฎเกณฑ์ทุกแบบแผนของสังคมอย่างไม่มีมาก่อน นักวิชาการอย่าง สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล ที่หนีคดีไปฝรั่งเศส ยืมปากของนักศึกษาให้ออกมาพูดถึงการลดทอนพระราชอำนาจของพระมหากษัต สล็อตช่วงเวลา เล่นสล็อตริย์และปล่อยให้พวกเขาเผชิญความผิดต่อกฎหมายตามมาตรา 112


พวกอีแอบอยู่ข้างหลังจำนวนมากช่วยกันดันหลังเด็กให้ต่อสู้ ชื่นชมพวกเขาที่แสดงความกล้าหาญอย่างที่พวกอีแอบเองไม่กล้าทำ บอกว่าเด็กๆ เหล่านี้สามารถทลายเพดานที่เป็นจารีตของสังคมไทยลงได้แล้ว สังคมไทยจะไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว พวกเขายุให้เด็กๆเดินหน้าตะลุยต่อไปพร้อมกับคดีความที่ติดตามตัวมาจำนวนมากและเพิ่มขึ้นเป็นรายวัน เพราะแรงยุยงทำให้พวกเด็กใช้ความห้าวระห่ำหยาบคายต่อสถาบันพระมหากษัตริย์อย่างไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน

และเมื่อรัฐจำเป็นต้องบังคับใช้กฎหมายตามมาตรา 112 เพื่อปกป้องประมุขของประเทศ พวกเขาก็ปลุกระดมว่า รัฐบังคับใช้กฎหมายอย่างไม่เป็นธรรม เพื่อสร้างกระแสให้ต่างประเทศออกมาสนับสนุนการเคลื่อนไหวของพวกเขา

แต่อย่างไรก็ตามกฎหมายต้องทำหน้าที่ของมัน เพราะกฎหมายไม่เคยทำร้ายใคร ถ้าไม่กระทำอะไรที่ฝ่าฝืนบทบัญญัติของกฎหมาย ตอนนี้แกนนำและเด็กหลายคนถูกดำเนินคดี แม้กระทั่งเด็กอายุ16 แน่นอนว่ากฎหมายไม่สามารถละเว้นใครได้ เพราะมีกระบวนการในการจัดการกับการฝ่าฝืนกฎหมายตามลำดับชั้นของอายุที่เป็นธรรมอยู่แล้ว มีบทบรรเทาโทษสำหรับผู้เยาว์ มีศาลเยาวชนเป็นเครื่องรองรับซึ่งเป็นหลักสากลทั่วไป

แต่ที่ยากเย็นกว่านั้น เพราะผมเองเคยประสบมาแล้วก็คือ การเดินขึ้นศาลหลังจากนั้น ยิ่งเมื่อเนิ่นนานไปคนที่แวดล้อมจะหายไป ทนายที่เป็นพวกทนายอาสาถ้าไม่มีหัวใจเต็มร้อยจริงๆ ก็จะเริ่มอิดออดเพราะคดีแบบนี้นอกจากใช้เวลานานแล้วยังไม่ได้เงินค่าทนายอีกด้วย วันนั้นนั่นแหละจะเป็นวันที่เห็นสัจจธรรมความเป็นจริงมากที่สุด

ขณะที่นักวิชาการในมหาวิทยาลัยคอยบ่มเพาะลูกศิษย์รุ่นต่อไป สมศักดิ์ เจียมใช้ชีวิตอย่างมีความสุขที่ฝรั่งเศส ปวินครองรักกับสามีฝรั่งที่ญี่ปุ่น ธนาธรจะเล่นการเมืองต่อไปหรือหันกลับไปทำธุรกิจที่บิดาสร้างไว้ให้ก็ได้


แต่ชีวิตวัยเยาว์ของคนหนุ่มสาวจำนวนหนึ่งต้องเผชิญกับอนาคตที่อาจจะสูญเสียอิสรภาพ พร้อมกับช่วงชีวิตที่หายไปและไม่อาจคืนกลับมา

ติดตามผู้เขียนได้ที่ https://www.facebook.com/surawich.verawan

<!–

    –>
    <!–

–>

- END -

21
0
   

เฮรับปีใหม่ “ก้อง ห้วยไร่” ได้Sagame168thลูกสาวตั้งชื่อสุดเก๋ “น้องกะเพรา”-เว็บไซต์บาคาร่า

เรียกว่าเป็นข่าวดีรับปีใหม่ของครอบครัวนักร้องหนุ่ม “ก้อง ห้วยไร่” หรือ “อัครเดช ยอดจำปา” ที่ล่าสุด(1 ม.ค. 2564) ภรรยาคนสวย “เบล ขนิษฐา” ได้คลอดสมาชิกใหม่ของบ้าน ลูกสาวคนที่ 2 ชื่อว่า “น้องกะเพรา”