คปภ. แนะวิธี ซื้อประกันลดหย่อนภาษีอย่างไร ? ให้คุ้มค่า-เว็บไซต์บาคาร่า

2020.12.17 -


เลขาฯ คปภ. แนะเทคนิค ซื้อประกันลดหย่อนภาษี ชี้ ประกันแต่ละประเภทลดหย่อนได้ไม่เท่ากัน ซื้อประกันให้บุพการีและคู่สมรสที่ไม่มีเงินได้ก็ลดหย่อนได้ ติง อย่าคิดแค่จะลดภาษี แต่ให้เลือกจากความต้องการ และเป้าหมายในการคุ้มครองเป็นหลัก พร้อมเตือนภัย ระวัง ! มิจฉาชีพในคราบตัวแทนประกัน

ปัจจุบันการซื้อประกันทำได้ง่ายขึ้นในหลายช่องทาง ทั้งผ่านตัวแทนหรือนายหน้าประกันภัย ซึ่งเป็นผู้เสนอขายโดยตรง หรือการซื้อประกันผ่านทางโทรศัพท์ โดยเฉพาะในยุคเศรษฐกิจดิจิทัล ทำให้เกิดโอกาสในการเข้าถึงและมีการทำธุรกรรมด้านการประกันภัยผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์เพิ่มมากขึ้น ไม่ว่าจะผ่านช่องทางออนไลน์ หรือช่องทาง Digital Face to Face ซึ่งเสนอขายโดยลูกค้าและตัวแทนไม่จำเป็นต้องเจอหน้ากัน ประชาชนได้รับบริการที่ดี มีคุณภาพ สะดวกรวดเร็วทั้งเรื่องของเวลาและการเดินทาง นอกจากนี้ยังได้มีการพัฒนาผลิตภัณฑ์ประกันให้หลากหลายเพื่อให้เข้าถึงประชาชนทุกระดับได้มากขึ้น

และในช่วงปลายปีเช่นนี้สิทธิประโยชน์ที่ถูกหยิบยกขึ้นมาเป็นจุดขายของผลิตภัณฑ์ประกันมากที่สุดก็คือ การซื้อประกันเพื่อ “ลดหย่อนภาษี” ซึ่งบางคนยังสงสัยว่าคุ้มค่าจริงหรือไม่ ? และหากจะซื้อประกันเพื่อลดหย่อนภาษีควรจะพิจารณาอะไรบ้าง ?

ดร.สุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.)
ดร.สุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการคณะายกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ให้ความรู้ในเรื่องนี้ว่า “การซื้อประกันภัยโดยมีเป้าหมายเพื่อลดหย่อนภาษี”นั้นไม่ควรมองเฉพาะเรื่องภาษี แต่ควรพิจารณาถึงสาระหลักของประกัน
คือเลือกซื้อกรมธรรม์ประกันภัยให้เหมาะสมและตรงกับความต้องการของตนเอง โดยผู้เอาประกันภัยควรต้องศึกษาเงื่อนไขความคุ้มครอง เงื่อนไขการรับประกันภัย และข้อยกเว้นต่างๆ ให้เข้าใจถูกต้องตรงกับแบบของกรมธรรม์ประกันภัยก่อนการตัดสินใจ หลักสำคัญในการซื้อประกันเพื่อลดหย่อนภาษี คือ

1.ควรซื้อประกันเพื่อคุ้มครองกรณีต่าง ๆ มากกว่าการลดหย่อนภาษี ซึ่งผู้เอาประกันภัยส่วนใหญ่มักเข้าใจว่าซื้อประกันแบบไหนก็สามารถลดหย่อนภาษีได้เหมือนกัน แต่หากต้องการให้เกิดประโยชน์สูงสุดแล้วการซื้อประกันต้องคำนึงถึงความคุ้มครองด้วย เช่น เลือกซื้อประกันชีวิตแบบตลอดชีพ เพราะมีภาระการเงินที่ต้องรับผิดชอบเป็นระยะเวลาที่ยาวนาน ซึ่งการทำประกันชีวิตจะช่วยให้คนที่อยู่ข้างหลังไม่ต้องรับภาระเหล่านั้นเมื่อเกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้น หรือเลือกซื้อประกันเงินออม เนื่องจากมีเป้าหมายเพื่อสะสมเงินไว้สำหรับ 10-20 ปีข้างหน้า แต่ไม่เน้นความคุ้มครองเมื่อเกิดเหตุไม่คาดฝันเพราะไม่มีภาระที่จะต้องรับผิดชอบอยู่ข้างหลัง เป็นต้น

2. ควรซื้อประกันที่ตรงกับความจำเป็น ซึ่งแบบประกันชีวิตที่สามารถลดหย่อนภาษีได้มี 5 ประเภทหลัก ๆ ได้แก่ ประกันชีวิตแบบตลอดชีพ ประกันชีวิตชั่วระยะเวลา ประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์ (กรณีอยากออมเงินธรรมดา) ประกันชีวิตแบบบำนาญ (กรณีอยากออมเงินเพื่อเกษียณ)และประกันชีวิตควบการลงทุน

ทั้งนี้ ผู้เอาประกันภัยจะต้องพิจารณาความจำเป็นว่าแท้ที่จริงแล้วเราต้องการทำประกันเพื่ออะไร และไม่ควรวางแผนซื้อประกันเพื่อใช้สิทธิในระยะเวลาที่กระชั้นชิดจนเกินไป เนื่องจากประกันชีวิตที่มีจำนวนเงินเอาประกันภัยสูงหรือประกันสุขภาพ จะมีระยะเวลาในการพิจารณารับประกันภัย สิ่งสำคัญคือ ผู้ที่ซื้อประกันสุขภาพต้องไม่ลืมแจ้งความประสงค์ที่จะใช้สิทธิลดหย่อนภาษีให้กับบริษัทที่รับทำประกันภัยไว้ทราบด้วย เพื่อจะได้ดำเนินการนำส่งข้อมูลเบี้ยประกันให้กับกรมสรรพากร

เลขาธิการฯ คปภ. ยังได้ให้ข้อมูลที่น่าสนใจ ว่า อัตราการลดหย่อนภาษีของประกันแต่ละประเภทนั้นมีความแตกต่างกัน
ผู้ซื้อจึงควรศึกษารายละเอียดก่อน ซึ่งเนื่องจากในการซื้อประกันจากบริษัทประกันชีวิตจะต้องซื้อประกันชีวิตเป็นตัวหลักก่อนจึงจะซื้อประกันที่ให้สิทธิประโยชน์อื่นๆ เช่น ประกันสุขภาพ ประกันเพื่อการออม เพิ่มเติมได้ คนส่วนใหญ่จึงมักมีกรมธรรม์ประกันชีวิตอยู่แล้ว ปัจจุบันการซื้อประกันเพิ่มเติมเพื่อลดหย่อนภาษีจึงมักเลือกซื้อประกันเพื่อสุขภาพ หรือประกันเพื่อการออม
และที่สำคัญหลายคนอาจไม่ทราบว่าการหักลดหย่อนภาษีโดยนำค่าใช้จ่ายในการชำระเบี้ยประกันไปหักลดหย่อนนั้นสามารถทำได้ทั้งประกันของตนเอง การซื้อประกันให้บุพการี และการซื้อประกันให้คู่สมรสที่ไม่มีรายได้ ดังนั้นในการยื่นภาษีจึงอาจไม่ได้ใช้สิทธิ์ในส่วนนี้ ทำให้ได้ประโยชน์ไม่เต็มที่

 โดย เงื่อนไขการลดหย่อนภาษี มีดังนี้ คือ
ประกันชีวิตแบบตลอดชีพและประกันชีวิตแบบออมทรัพย์ (หรือประกันสะสมทรัพย์) ซึ่งคุ้มครอง 10 ปีขึ้นไป ลดหย่อนภาษีได้ 100,000 บาท
ประกันสุขภาพตนเอง สามารถนำไปใช้ลดหย่อนภาษีได้ตามที่จ่ายจริง สามารถขอลดหย่อนได้สูงสุดไม่เกิน 25,000 บาท และเมื่อรวมกับเบี้ยประกันชีวิตและประกันแบบออมทรัพย์ ต้องไม่เกิน 100,000 บาท
ประกันสุขภาพบิดามารดา สามารถนำไปใช้สิทธิลดหย่อนภาษีได้ตามที่จ่ายจริง สูงสุดไม่เกิน 15,000 บาท โดยคุณพ่อหรือคุณแม่ของเราต้องมีรายได้ในปีภาษีนั้นไม่เกิน 30,000 บาท และเราจะต้องเป็นบุตรที่ชอบด้วยกฎหมาย (บุตรบุญธรรมไม่สามารถใช้สิทธินี้ได้) ในกรณีที่ลูกๆ ช่วยจ่ายค่าเบี้ยประกันภัย การขอสิทธิลดหย่อนจะถูกหารตามจำนวนพี่น้องที่ร่วมกันจ่าย เช่น พี่น้อง 3 คน ร่วมกันทำประกันสุขภาพให้คุณพ่อคุณแม่ ลูกแต่ละคนจะขอสิทธิลดหย่อนได้ไม่เกิน 5,000 บาท จากจำนวนเต็ม 15,000 บาท อีกทั้งตัวเราเองหรือคุณพ่อคุณแม่ท่านใดท่านหนึ่ง จะต้องอยู่ในประเทศไทยครบ 180 วันในปีภาษีนั้น

ประกันชีวิตของคู่สมรส เราสามารถนำเบี้ยประกันของคู่สมรสมาใช้ลดหย่อนภาษีได้ 10,000 บาท แต่ต้องเป็นกรณีที่คู่สมรสไม่มีเงินได้เท่านั้น
ประกันชีวิตแบบบำนาญ สามารถลดหย่อนภาษีได้ 200,000 บาท
ประกันชีวิตแบบบำนาญ รวมกับการซื้อกองทุน สามารถลดหย่อนภาษีรวมกันแล้วไม่เกิน 500,000 บาท


ดร.สุทธิพล กล่าวต่อว่า เมื่อทราบแล้วว่าหลักในการซื้อประกันเพื่อลดหย่อนภาษีคืออะไร และประกันประเภทใดลดหย่อนภาษีได้เท่าไหร่ ขั้นตอนต่อไปก็คือการเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ประกันภัยให้เหมาะกับตัวเอง โดยต้องพิจารณาปัจจัยต่างๆดังนี้

1. ควรเลือกซื้อแบบประกันภัยให้เหมาะสมกับความต้องการ หรือความเสี่ยงที่สอดคล้องแต่ละช่วงวัย โดยควรศึกษาและพิจารณาเงื่อนไขของกรมธรรม์ประกันภัยให้ละเอียดก่อนตัดสินใจซื้อ

2. ความคุ้มครองที่ต้องการมีจำนวนเงินมากน้อยเพียงใด จึงจะสามารถช่วยบรรเทาความเดือดร้อนเมื่อเกิดความสูญเสียหรือเสียหายได้ เช่น การซื้อประกันสุขภาพเพิ่มเติม จากที่ได้รับสวัสดิการจากการเป็นพนักงาน หรือสิทธิค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพจากการเป็นข้าราชการอยู่แล้ว ควรมีวงเงินคุ้มครองเท่าไหร่ เป็นต้น

3.ความสามารถในการชำระเบี้ยประกันภัย ควรพิจารณาความสามารถทางการเงิน ทั้งรายได้ และรายจ่ายประจำว่าสามารถชำระเบี้ยประกันภัยได้หรือไม่ โดยอาจชำระเป็นแบบรายปีหรือรายเดือน แต่การจ่ายรายปีจะจ่ายน้อยกว่ารายเดือนเพราะมีส่วนของดอกเบี้ยอยู่ด้วย

ทั้งนี้ นอกจากปัจจัยดังกล่าวที่ควรนำมาพิจารณาก่อนซื้อประกันแล้ว อีกวิธีหนึ่งที่ได้รับความนิยมในการประเมินความคุ้มค่าในการเลือกซื้อประกันก็คือ“การคำนวณอัตราผลตอบแทนของประกันแบบ IRR” ซึ่งผู้ที่กำลังเลือกซื้อประกันสามารถนำเงื่อนไขและผลตอบแทนของประกันแต่ละตัวมาคำนวณหาอัตราผลตอบแทน เพื่อเปรียบเทียบว่าประกันตัวไหนคุ้มค่ากว่ากัน โดยเข้าไปในยูทูปแล้วเสิร์จคำว่า “การคำนวณอัตราผลตอบแทนของประกันแบบ IRR ด้วยโปรแกรม excel” จากนั้นก็ดำเนินการตามขั้นตอนที่แนะนำ ก็จะได้ตัวเลขเปอร์เซ็นต์อัตราผลตอบแทนของประกันแต่ละตัวแบบง่ายๆ ไว้ประกอบการตัดสินใจ

อย่างไรก็ดี ด้วยเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงไปทำให้รูปแบบการขายประกันในปัจจุบันมักเป็นการขายแบบผู้เสนอขายไม่ได้เจอตัวผู้ซื้อ เช่น ขายทางโทรศัพท์ หรือขายผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ ทำให้หลายครั้งเกิดปัญหาว่าสิทธิในกรมธรรม์ไม่เป็นไปอย่างที่เสนอขาย และผู้ซื้อไม่สามารถหาตัวผู้รับผิดชอบได้ เลขาธิการฯ คปภ. จึงได้แนะนำวิธีป้องกันปัญหาถูกหลอกจากการซื้อประกันในรูปแบบดังกล่าว ไว้ดังนี้

1. เมื่อถูกเสนอขายประกันทุกครั้ง ให้ตรวจสอบชื่อ-นามสกุล และเลขที่ใบอนุญาตตัวแทน-นายหน้าประกัน หรือขอให้ผู้เสนอขายส่งหลักฐานเป็นรูปถ่ายมาให้ แล้วเข้าไปตรวจสอบที่เว็บไซต์ของสำนักงาน คปภ. ที่ http://eservice.oic.or.th หรือ ผ่านแอปพลิเคชัน “คนกลาง For Sure”

2.ผู้ซื้อประกันตรวจสอบแบบกรมธรรม์ประกันภัยที่นายทะเบียนให้ความเห็นชอบให้มีการเสนอขายผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์
ได้ทางเว็บไซต์ https://guruprakanphai.oic.or.th หรือ “กูรูประกันภัย” โดยเข้าไปที่หัวข้อ “ค้นหาแบบประกันภัย” และ “เปรียบเทียบแบบประกันภัย” ซึ่งเป็นระบบสืบค้นที่สามารถให้ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการประกันภัยและข้อมูลการทำธุรกรรมประกันภัยทางอิเล็กทรอนิกส์อย่างไรให้ปลอดภัย ทั้งเงื่อนไขความคุ้มครอง การจ่ายเงินผลประโยชน์ อัตราเบี้ยประกันภัย
ข้อยกเว้น เงื่อนไขที่สำคัญของกรมธรรม์ประกันภัย และเงื่อนไขการรับประกันภัยของแต่ละบริษัท รวมทั้งยังสามารถตรวจสอบทะเบียนรายชื่อผู้ประกอบการที่ได้รับอนุญาตให้เสนอขายกรมธรรม์ประกันภัยทางอิเล็กทรอนิกส์ด้วย


เลขาธิการฯ คปภ. ยังได้เตือนภัยในการซื้อประกัน ว่า ปัจจุบันมีกลโกงของมิจฉาชีพที่แฝงตัวมาในธุรกิจประกันภัยหลากหลายรูปแบบ ซึ่งผู้ซื้อประกันต้องระมัดระวัง ได้แก่

1. การโอนค่าเบี้ยประกันภัยเข้าบัญชีส่วนตัวของตัวแทนประกัน ไม่ใช่บัญชีของบริษัทประกันภัย ซึ่งกรณีนี้เรามักพบเป็นข่าวอยู่บ่อยครั้ง เงินก็โดนชวด กรรมธรรม์ก็ไม่ได้ จึงต้องตรวจสอบให้ดีว่าตัวแทน-นายหน้า มีใบอนุญาตถูกต้อง และควรโอนเงินเข้าบัญชีบริษัทประกันภัยโดยตรงเท่านั้น

2. มิจฉาชีพหลอกขายประกัน หรือหลอกว่าเป็นตัวแทน-นายหน้า แล้วไปเรียกเงินค่าใช้จ่ายเพื่อช่วยเหลือในการติดต่อกับบริษัทประกันภัย เช่น หลอกญาติของผู้เสียชีวิตให้โอนเงินค่าใช้จ่ายเพื่อใช้ในการรับค่าสินไหมมรณกรรมของผู้เสียชีวิต ซึ่งจริงๆแล้วบริษัทประกันภัยไม่เรียกร้องให้โอนเงินค่าใช้จ่ายใด ๆ ทั้งสิ้น โดยหากมีกรณีค้างชำระค่าเบี้ยประกัน บริษัทประกันภัยจะหักค่าใช้จ่ายจากค่าสินไหมมรณกรรมแทน แต่ไม่มีการเรียกค่าใช้จ่ายในการดำเนินการ

3. การให้สิทธิพิเศษเกินจริง เช่น ผู้ที่แอบอ้างเป็นตัวแทนประกันมีการเสนอส่วนลดเบี้ยประกันภัยหรือมอบของกำนัลจำนวนมาก โดยอ้างว่ามีข้อเสนอพิเศษเฉพาะลูกค้าประกันชั้นดี ให้ส่วนลดและของแถมจนน่าตกใจ เพื่อหลอกให้ผู้ซื้อประกันตัดสินใจโอนเงินเข้าบัญชีส่วนตัวของผู้ที่อ้างว่าเป็นตัวแทนประกันให้เร็วที่สุดเพื่อรักษาสิทธิพิเศษโดยเน้นย้ำว่าสิทธิพิเศษนี้มีเวลาจำกัด ซึ่งหากหลงเชื่ออาจจะเสียเงินฟรี

“ กรณีที่ คปภ. ได้รับการร้องเรียนจากผู้เอาประกันบ่อยๆ ก็คือ บริษัทประกันภัยปฏิเสธการชดใช้เงินตามกรมธรรม์ประกันภัยและบอกล้างสัญญาประกันภัย และกรณีที่บริษัทประกันภัยปฏิเสธการชดใช้โดยอ้างข้อยกเว้นเรื่องสุขภาพหรือการไม่แถลงข้อความจริงของผู้เอาประกันภัย ซึ่งหลังจากได้รับร้องเรียนทาง คปภ. ก็จะเข้าไปตรวจสอบ และดำเนินการเพื่อเรียกคืนสิทธิประโยชน์ให้ตามสิทธิที่ควรจะได้โดยเร็วที่สุด” ดร.สุทธิพล กล่าว

ทั้งนี้ หากผู้เอาประกันภัยไม่ได้รับความเป็นธรรมจากบริษัทประกันภัย หรือมีข้อพิพาทเกี่ยวกับสัญญาประกันภัย ผู้เอาประกัน หรือผู้มีสิทธิเรียกร้องตามสัญญาประกันภัยสามารถยื่นข้อร้องเรียนต่อสำนักงาน คปภ. ได้ด้วยตนเองที่ศูนย์รับเรื่องร้องเรียนด้านการประกันภัย (Insurance Complaint Center : ICC) ซึ่งตั้งอยู่ที่ สำนักงาน คปภ.ในส่วนกลาง และสำนักงาน คปภ. ภาค/เขต/จังหวัด ในส่วนภูมิภาคทั่วประเทศ หรือยื่นผ่านกระดานรับเรื่องร้องเรียนในเว็บไซต์ของสำนักงาน คปภ. www.oic.or.th หรือ e-mail : ppd@oic.or.th หากมีข้อสงสัยสามารถสอบถามข้อมูลผ่าน Line Chatbot โดยประชาชนสามารถเพิ่มเพื่อนใน LINE Application ค้นหาชื่อ @oicconnect ซึ่งจะสามารถสอบถามข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับการทำประกันภัยได้ทันที หรือติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สายด่วน คปภ. 1186


  • คณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย
  • ดร.สุทธิพล ทวีชัยการ
  • คปภ.

<!–

    –>
    <!–

–>

คปภ. แนะวิธี ซื้อประกันลดหย่อนภาษีอย่างไร ? ให้คุ้มค่า

ดร.สุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.)

คปภ. แนะวิธี ซื้อประกันลดหย่อนภาษีอย่างไร ? ให้คุ้มค่า

คปภ. แนะวิธี ซื้อประกันลดหย่อนภาษีอย่างไร ? ให้คุ้มค่า

กำลังโหลดความคิดเห็น…


<!– –>

<!–

- END -

29
0
   

“เอ็ด”มั่นใจ“โslot game topup celcomซลชาร์”พาทีมลุ้น 4 แชมป์ปีนี้

เอ็ด วู้ดเวิร์ด รองประธานบริหารสโมสรแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด พอใจผลงานของโอเล่ กุนนาร์ โซลชาร์ และเชื่อมั่นกุนซือชาวนอร์เวย์จะนำทีมลุ้น 4 แชมป์ในปีนี้